แหล่งข้อมูลดาวเทียม · 06

Sentinel-1: เรดาร์ที่มองทะลุเมฆ กับคะแนนสุขภาพแปลง

คะแนนสุขภาพ 0–100 ที่เห็นบนแดชบอร์ดของทุกแปลงไม่ได้มาจากภาพถ่ายสีที่คุ้นตา แต่มาจากคลื่นเรดาร์ที่ส่องทะลุเมฆลงไปวัดโครงสร้างพืชโดยตรง บทความนี้อธิบายว่าเรดาร์เห็นอะไร คะแนนคำนวณอย่างไร และอะไรที่เรดาร์มองไม่เห็น

ดาวเทียมที่พกไฟฉายของตัวเอง

ดาวเทียมแสงอย่าง Sentinel-2 ทำงานเหมือนกล้องถ่ายรูป — ต้องรอแสงอาทิตย์และฟ้าเปิด แต่ Sentinel-1 เป็นเรดาร์ (SAR: Synthetic Aperture Radar): มันส่งคลื่นไมโครเวฟย่าน C ลงมาเองแล้ววัดสัญญาณที่สะท้อนกลับ คลื่นย่านนี้ทะลุเมฆได้ ทำให้ถ่ายได้ทั้งวันฟ้าปิด ทั้งกลางคืน — คุณสมบัติที่มีค่ามหาศาลสำหรับหน้าฝนของประเทศไทย ระบบใช้ภาพแบบ RTC (Radiometric Terrain Corrected) ที่แก้ผลของภูมิประเทศมาแล้ว

VV, VH และ RVI คืออะไร

เรดาร์วัด "การกระเจิงกลับ" (backscatter) ของคลื่นในสองรูปแบบตามทิศทางของคลื่น (polarization) ซึ่งตอบสนองต่อพื้นผิวต่างกัน:

ค่าวัดจากไวต่อ
VVส่งแนวตั้ง–รับแนวตั้งพื้นผิวดิน ความขรุขระ ความชื้นผิว
VHส่งแนวตั้ง–รับแนวนอนการกระเจิงในเรือนพืช — ใบ กิ่ง ลำต้น ยิ่งพืชแน่นค่ายิ่งสูง
RVIคำนวณ: 4×VH / (VV + VH)สัดส่วนโครงสร้างพืชโดยรวม (0–1) ตัวแทน “มวลพืช” ที่ดีที่สุดของเรดาร์

หลักจำง่าย ๆ: คลื่นที่กระดอนกับพื้นเรียบจะสะท้อนแบบเรียบ ๆ (VV เด่น) แต่คลื่นที่เข้าไปกระเจิงวนอยู่ในพุ่มใบจะเปลี่ยนทิศทางปั่นป่วน (VH สูงขึ้น) RVI จึงไต่ขึ้นตามการเติบโตของเรือนพืช และร่วงลงเมื่อพืชโทรมหรือถูกเก็บเกี่ยว — โดยไม่สนใจว่าวันนั้นเมฆหนาแค่ไหน

คะแนนสุขภาพแปลง 0–100 คำนวณอย่างไร

ตัวเลข "ดัชนีสุขภาพ" ที่เห็นบนแดชบอร์ดของทุกแปลงคำนวณจากข้อมูลเรดาร์เป็นฐาน เพราะเป็นแหล่งเดียวที่ต่อเนื่องตลอดฤดูฝน สูตรถ่วงน้ำหนักตามความไวต่อสุขภาพพืช:

Health Score = 0.50×RVI + 0.35×VH + 0.15×VV (หลัง normalize เป็น 0–100)

  • ค่าทั้งสามถูก normalize เทียบกับช่วงต่ำสุด–สูงสุดของแปลงนั้นเองในฤดูนั้น คะแนนจึงสะท้อน "พัฒนาการของแปลงตัวเอง" ไม่ใช่การเทียบกับแปลงข้างบ้าน
  • ≥ 70 = Healthy · 40–69 = เครียดปานกลาง · < 40 = เครียดรุนแรง
  • วันที่ไม่มีภาพเรดาร์จริง ระบบประมาณค่าจากดัชนีแสง (NDVI/NDRE) และติดป้ายกำกับไว้ในข้อมูลว่าเป็นค่าประมาณ ไม่ปนกับค่าวัดจริง

เรดาร์กับระยะการเติบโต

ระบบยังใช้ RVI คู่กับอายุปลูก (วันหลังปลูก — DAP) ประเมินว่าแปลงอยู่ระยะไหน: งอก (ช่วง 10 วันแรก) เจริญเติบโตทางใบ (ถึงราววันที่ 35) ออกดอก–สร้างฝัก (ถึงราววันที่ 65) และพร้อมเก็บเกี่ยว โดยหน้าต่างเก็บเกี่ยวของถั่วแระญี่ปุ่นประมาณไว้ที่ 75–80 วันหลังปลูก ถ้า RVI ต่ำผิดจากระยะที่ควรเป็น เช่น อายุ 30 วันแล้วโครงสร้างพืชยังเบาบาง นั่นคือสัญญาณที่ระบบใช้ลดคะแนนสุขภาพ

สิ่งที่เรดาร์เห็น และสิ่งที่มันมองไม่เห็น

จุดแข็ง

ทะลุเมฆ ถ่ายได้ทุกสภาพอากาศ ไวต่อโครงสร้างและมวลของพืช เห็นการล้มของต้น การเก็บเกี่ยว และการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพได้ชัด — เป็นกระดูกสันหลังของข้อมูลช่วงมรสุม

ข้อจำกัดที่ควรรู้

เรดาร์ไม่เห็น "สี" — ใบที่เหลืองจากขาดไนโตรเจนแต่โครงสร้างยังเต็ม เรดาร์อาจยังอ่านว่าปกติ สัญญาณมี speckle noise ตามธรรมชาติทำให้ค่ารายวันแกว่ง และฝนตกหนักขณะดาวเทียมผ่านทำให้ค่ากระเจิงเพี้ยนชั่วคราวได้ การอ่านโรคระยะเริ่มต้นจึงยังต้องพึ่งดัชนีแสงอย่าง NDRE และ PSRI ในวันที่ฟ้าเปิด

สรุป

Sentinel-1 คือคำตอบของคำถามที่เกษตรกรถามบ่อยที่สุด: "หน้าฝนเมฆบังทั้งเดือน ระบบเอาข้อมูลมาจากไหน" — จากเรดาร์ที่ส่องทะลุเมฆลงไปวัดโครงสร้างพืชโดยตรง แล้วกลั่นเป็นคะแนนสุขภาพ 0–100 ที่อัปเดตต่อเนื่องทั้งฤดู ใช้คะแนนนี้เป็นเข็มทิศจัดลำดับแปลง แล้วใช้ดัชนีแสงเจาะรายละเอียดในวันที่ฟ้าเปิด

ดูคะแนนสุขภาพของทุกแปลงในหน้าเดียว

ระบบจัดลำดับให้เองว่าแปลงไหนควรลงไปตรวจก่อน อัปเดตต่อเนื่องแม้ช่วงหน้าฝน

เริ่มทดลองใช้งานฟรี